เดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมพอมีเวลาว่าง
เลยเข้าไปช่วยงานคุณลุงที่โรงพยาบาล
โดยอยู่ในส่วนดูแลคนไข้รอตรวจ สอบถามอาการเบื้องต้น
และให้บริการด้านอื่นๆ ผมรู้สึกสนุกกับงานบริการ
เลยหาโอกาสที่จะไปทำเสมอ
แต่ที่ผมอยากเล่าให้ฟัง เพราะมันมีเหตุการณ์หนึ่ง
ที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมาจนทุกวันนี้
เมื่อประมาณ 9.30 น. วันหนึ่ง เป็นวันที่วุ่นวายเอาการ
เพราะคนไข้เยอะมากๆ
ผมมองไปที่พักนั่งรอตรวจ
พลันผมเห็นสุภาพบุรุษสูงอายุคนหนึ่ง วัย 70 กว่าได้
คุณปู่ดูอาการกระสับกระส่าย จ้องมองดูนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง
ผมเดินเข้าไปถามลำดับตรวจ พอคุณปู่บอกมา ผมบอกไปว่า
" คงต้องรออีกไม่น่าจะต่ำกว่าชั่วโมงกว่าๆ ครับ "
หน้าตาคุณปู่ดูเป็นกังวลมากขึ้น
ผมเลยถามถึงเหตุที่ต้องมาโรงพยาบาล
คุณปู่บอกวันนี้หมอนัดตัดไหมจากแผลที่หัวแม่มือ
" งั้นไม่ต้องรอตรวจก็ได้ครับ เดี๋ยวผมพาคุณปู่ไปให้พยาบาลตัดไหมได้เลย "
ทำให้สีหน้าคุณปู่คลายเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด
ขณะตัดไหม ผมก็อดที่จะเสียมารยาทถามไม่ได้ว่า
" ทำไมคุณปู่ถึงรีบร้อนขนาดนั้น มีนัดสำคัญหรือครับ "
คุณปู่ตอบว่า " สำคัญครับ เพราะต้องรีบไปทานข้าวกับภรรยาที่
โรงพยาบาลให้ทันมื้อเที่ยง ภรรยาของปู่เป็นโรคความจำเสื่อม "
" แล้วภรรยาของคุณปู่จะกังวลหรือเป็นทุกข์ไหม
ถ้าคุณปู่จะไปสายสักเล็กน้อยครับ "
คุณปู่ก็ตอบว่า " ไม่มีปัญหาหรอกครับหากไปสาย
เพราะเธอจำปู่ไม่ได้มา 5 ปีแล้ว "
คำตอบนี้ทำให้ผมแปลกใจเลยถามกลับไปอีกว่า
" แล้วคุณปู่ยังต้องไปทานข้าวทุกเที่ยง
ถึงแม้ว่าภรรยาจะไม่ทราบว่าคุณปู่เป็นใครก็ตามงั้นหรือครับ "
คุณปู่ยิ้มและเอามือมาตบเบาๆ บนไหล่ของผมและพูดว่า
" ถึงภรรยาจะจำปู่ไม่ได้ แต่ปู่ก็จำและรู้เสมอว่าเธอเป็นใคร และสำคัญกับปู่แค่ไหน "
คำพูดนี้ทำให้ขนบนแขนของผมลุกชัน
น้ำตาไหลซึมออกมาด้วยความประทับใจ
ทำให้ผมคิดต่อว่า
" นั้นคือความรักอย่างที่ผมต้องการในชีวิต "
ความรักที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกายภาพหรือความโรแมนติก
ความรักที่แท้จริงคือการยอมรับทุกสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
และความรักที่แท้จริงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราให้
ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการ
คนที่มีความสุขที่สุด ไม่จำเป็นจะต้องมีสิ่งดีที่สุดมากกว่าคนอื่น
" ขอเพียงแต่ทำสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง "